สรุปภาษาอังกฤษ เรื่อง Article แบบละเอียด เข้าใจครบถ้วน

Articles คืออะไร?

ในภาษาอังกฤษเวลาเราจะพูดถึงคำนามต่างๆ เช่น cat, dog, boy, girl, school, book, park, pen เป็นต้น บางครั้งเราต้องใส่คำนำหน้าคำนามด้วย คำที่มานำหน้าภาษาอังกฤษเขาเรียกว่า Articles ซึ่งมีอยู่ด้วยกันทั้งหมด 3 ตัว ดังนี้ a, an, the
ถามจริงนะครับเคยสงสัยไหมว่าทำไมต้องใส่? การใส่ Articles หน้าคำนาม เหตุผลก็คือเพื่อเป็นการบ่งบอกว่าคำนามนั้นมีความเฉพาะเจาะจงหรือไม่ ถ้าเป็นคำนามนับได้เอกพจน์คือ มีหนึ่งสิ่ง หนึ่งตัว หรือหนึ่งคน และไม่เฉพาะเจาะจง จะใช้ a หรือ an ส่วน The จะใช้เพื่อให้ความหมายเฉพาะเจาะจงและจะใช้กับคำนามชนิดใดก็ได้ ไม่ว่าจะนับได้ นับไม่ได้ นามเอกพจน์ หรือ นามพหูพจน์ เพื่อให้เข้าใจง่าย ดูวิธีการจำแบบง่ายๆ ดังนี้

A, An + คำนามเอกพจน์ แต่ถ้า The + คำนามนับไม่ได้/คำนามเอกพจน์/คำนามพหูพจน์ นั่นเอง

ดูเทคนิคการใช้แล้วทีนี่มาลองดประโยคภาษาอังกฤษดูเพื่อความเข้าใจเรื่อง Articles จริงๆ

ตัวอย่างประโยคภาษาอังกฤษที่ 1
I am going to a coffee shop. แปลว่า ฉันกำลังไปร้านกาแฟ
(ในกรณีนี้ใช้ Articles คือ a นำหน้า coffee shop แสดงถึงความไม่เฉพาะเจาะจง แสดงว่ากล่าวเฉยๆ แต่ยังไม่ได้เลือกว่าจะไปร้านไหน แบบประมาณว่า ร้านไหนก็ได้)

ตัวอย่างประโยคภาษาอังกฤษที่ 2
I am going to the coffee shop. แปลว่า ฉันกำลังไปร้านกาแฟ
(ในกรณีนี้ใช้ Articles คือ the นำหน้า coffee shop แสดงถึงความชี้เฉพาะเจาะจง แสดงว่า ผู้พูดและผู้ฟังต้องรู้ว่าร้านที่จะไปกินร้านไหน)

ตัวอย่างประโยคภาษาอังกฤษที่ 3
I am going to buy a computer. แปลว่า ฉันกำลังจะไปซื้อคอมพิวเตอร์
(ในกรณีนี้ใช้ Articles คือ a นำหน้า computer แสดงถึงความไม่เฉพาะเจาะจง แสดงว่ากล่าวเฉยๆ แต่ยังไม่ได้เลือกว่าจะซื้อรุ่นไหน ยี่ห้ออะไร ราคาอะไร แค่แบบว่าไปเดินดูก่อนแล้วค่อยซื้อยังไม่มีที่อยากได้ในใจ)

ตัวอย่างประโยคภาษาอังกฤษที่ 4
I am going to buy the computer. แปลว่า ฉันกำลังจะไปซื้อคอมพิวเตอร์
(ในกรณีนี้ใช้ Articles คือ the แสดงถึงความชี้เฉพาะเจาะจงว่าจะไปซื้อ computer ยี่ห้ออะไร รุ่นอะไร ผู้พูดและพูดฟังต้องรู้)
คราวนี้พอจะเข้าใจการใช้ Articles ของ a, an, the แล้วใช่ไหม ถ้าคำนามเฉพาะเจาะจงเป็นที่รู้กันระหว่างผู้พูดกับผู้ฟัง อันไหน ตัวไหว คนไหน ใช้ the นะครับ แต่ถ้าไม่ชี้เฉพาะเจาะจง และเป็นคำนามนับได้เอกพจน์ ก็ใช้ a หรือ an ซึ่งหลักการใช้ที่แท้จริงจะอยู่ในหัวข้อถัดไป ลองมาดูกันเลย

การใช้ a, an
คือ ถ้าจะพูดถึงคำนามที่ไม่เฉพาะเจาะจงคำนามนั้นนับได้ และมีหนึ่งตัว (เป็นเอกพจน์) ต้องใช้ a หรือ an นำหน้า
หลักการใช้ดีๆ a, an นำหน้าคำนาม + คำนามนับได้/ไม่เฉพาะเจาะจง/มีชิ้นเดียว อันเดียว ตัวเดียว และ คนเดียว เป็นต้น

แต่คำไหนจะใช้ a คำไหนใช้ an หลักการใช้ คือ

หลักการที่ 1 ถ้าคำนามนั้นขึ้นต้นด้วยเสียงสระ (a, e, I, o, u) และออกเสียงเป็นสระใช้ an ตัวอย่างเช่น
an elephant แปลว่า ช้างหนึ่งตัว an hour แปลว่า หนึ่งชั่วโมง
an eagle แปล่า นกอินทรีหนึ่งตัว an apple แปลว่า แอปเปิ้ลหนึ่งผล
an ant แปลว่า มดหนึ่งตัว an egg แปลว่า ไข่หนึ่งฟอง
an ice cream แปลว่า ไอศกรีมหนึ่งแท่ง an orange แปลว่า ส้มหนึ่งผล
an umbrella แปลว่า ร่มหนึ่งคัน an uncle แปลว่า ลุงหนึ่งคน

หลักการที่ 2 ถ้าคำนามนั้นขึ้นต้นด้วยพยัญชนะ และออกเสียงเป็นพยัญชนะให้ใช้ a ตัวอย่างเช่น
A teacher แปลว่า ครูหนึ่งคน A doctor แปลว่า คุณหมอหนึ่งคน
A dog แปลว่า สุนัขหนึ่งตัว A cat แปลว่า แมวหนึ่งตัว
A friend แปลว่า เพื่อนหนึ่งคน A student แปลว่า นักเรียนหนึ่งคน
A mountain แปลว่า ภูเขาหนึ่งลูก A book แปลว่า หนังสือหนึ่งเล่ม
A fan แปลว่า พัดลมหนึ่งตัว A computer แปลว่า คอมพิวเตอร์หนึ่งเครื่อง

***ข้อควรระวัง***
เราจะใช้ a university แปลว่า มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง (คำขึ้นต้นเป็นตัว U ก็จริง แต่มันออกเสียงเป็นพยัญชนะ จึงใช้ a )
การใช้ a, an ในการนำหน้าอาชีพ
เวลาเราจะนำตัวหรือจะพูดเกี่ยวกับอาชีพของเรา ในการใช้ articles นั้น ภาษาอังกฤษจะใช้ a, an เท่านั้น จะไม่ใช้ the นะ
วิธีการจำ a, an + occupation นั้นเอง ตัวอย่างประโยคดังนี้

I am a teacher. แปลว่า ฉันเป็นคุณครู
I am an English teacher. แปลว่า ฉันเป็นคุณครูวิชาภาษาอังกฤษ
I am a writer. แปลว่า ฉันเป็นนักเขียน
I am a singer. แปลว่า ฉันเป็นนักร้อง
I am a student. แปลว่า ฉันเป็นนักเรียน
He works as a pilot. แปลว่า เขาทำงานเป็นนักบิน
He is an engineer. แปลว่า เขาเป็นวิศวกร

***ข้อควรระวัง***
They are teachers. แปลว่าพวกเขาเป็นครู (อย่าเผลอใส่ a/an มานะครับ เพราะเขาพูดถึงครูหลายคน)

การใช้ a, an นำหน้าสัญชาติ
a, an ใช้ได้มากกว่าที่คุณคิด สามารถใช้บอกเกี่ยวกับสัญชาตได้อีกด้วย เช่น ว่าคุณเป็นคนสัญชาติอะไร
เทคนิคการจำง่ายๆ คือ a, an + สัญชาติ แค่นี้เอง ทีนี้มาลองดูประโยคกันนะ

I am a Thai. แปลว่า ฉันเป็นคนไทย
She is an American. แปลว่า เธอเป็นคนอเมริกัน
I am a French. แปลว่า ฉันเป็นคนฝรั่งเศส
I am a Japanese. แปลว่า ฉันเป็นคนญี่ปุ่น
She is a Chinese. แปลว่า เธอเป็นคนจีน

หลายคนอาจสงสัยว่า เหมือนจะเห็นการบอกสัญชาติ โดยไม่มี a, an นี่ เช่น t am Thai. แต่ที่จริงแล้วการบอกสัญชาตินั้นทำได้ 2 วิธี วิธีที่เพิ่งอ่านไปเมื่อด้านบนนี้ เช่น She is a Korean. เป้นการใช้คำว่า Korean ใหเป็นคำนามแปลว่า คนเกาหลี ดังนั้นพอพูดถึง She ฉันจะต้องเป็น She is a Korean. เพราะผู้หญิงมีคนเดียวแต่เรายังสามารถใช้คำว่า Korean เป็น Adjective หรือคำคุณศัพท์นั่นเองซึ่งมีไว้บอกลักษณะของคนสัตว์สิ่งของต่างๆจึงไม่มี articles นำหน้าเพราะคำว่า Korean ในกรณีนี้จะไม่ใช่คำนำอีกต่อไป ตัวอย่างเช่น She is Korean.
บางครั้งเราจะไปเจอการใช้ the นำหน้าชื่อสัญชาติได้เหมือนกัน แต่กรณีนั้นจะหมายถึง ประชากรของชาตินั้น หรือคนทั้งชาตินั้น ไม่ใช่การบอกถึงคนเดียวเหมือนในตัวอย่างที่ผ่านมา สิ่งที่ต้องระวังก็คือ บางสัญชาตินั้นจะเติม s แต่บางสัญชาติไม่ต้องเติม s ต้องใช้การสังเกตจากการอ่านภาษาอังกฤษเท่านั้น เพราะมาจำเป็นทฤษฎีก่อนจะทำให้เข้าใจภาษาอังกฤษช้าและไม่สามารถสื่อสารได้อย่างคล่องแคล่วเพราะฉะนั้นจึงอาศัยการอ่านเป็นหลักและทำความเข้าใจด้วยตนเอง ตัวอย่างประโยคเช่น

The Thais are friendly and pacifistic. แปลว่า คนไทยเป็นคนที่เป็นมิตรและรักสงบ
The French are famous for their fine wines. แปลว่า คนฝรั่งเศสมีชื่อเสียงด้านไวน์ชั้นเลิศ
The Irish are known as poets and songwriters. แปลว่า คนไอริชมีชื่อเสียงด้านกวีและการเขียนเพลง
The American highly value freedom of speech. แปลว่า คนอเมริกันให้คุณค่ากับอิสระในการแสดงความเห็นเป็นอย่างมาก

A, An ใช้นำหน้าคำอุทาน
ปกติแล้วเราจะเห็นการใช้ a, an นำหน้าคำนามทั่วไปแต่ก็สามารถใช้นำหน้าคำนามในสำนวนหรือประโยคอุทานก็ได้ เทคนิคการจำ a, an + คำนามในประโยคอุทาน ! ตัวอย่างประโยคเช่น

What a pretty girl she is!
แปลว่า เธอเป็นผู้หญิงที่สวยอะไรอย่างนี้
What a cute dog it is!
แปลว่า ช่างเป็นหมาอะไรที่น่ารักอย่างนี้
What an opportunity he missed!
แปลว่า น่าเสียดายจริงๆที่เขาพลาดโอกาส
What a cold day it is!
แปลว่า มันเป็นวันที่หนาวอะไรอย่างนี้

การใช้ the นำหน้าคำนามที่กล่าวมา
การใช้ a, an, the ในภาษาอังกฤษไม่ได้ยากอย่างที่คิดถ้าสมมุติเรากล่าวอะไรเป็นครั้งแรกก็คือจะใช้ a, an + noun แต่ถ้าเรากล่าวอะไรเป็นครั้งต่อๆไปเราจะใช้ The + noun
เห็นไหมครับเข้าใจเอง a, an, the แล้วง่ายนิดเดียว เพราะ a และ an เป็นอะไรที่ไม่เจาะจงแต่ถ้าเป็น theก็คือเป็นสิ่งที่ชี้เฉพาะหรือเจาะจงไปเลยนะ
The ใช้นำหน้าคำนามที่มีสิ่งเดียวบนโลกได้ด้วยนะ
ถ้าสมมุติว่าเราจะพูดถึงอะไรที่มันเป็นสิ่งเดียวของอย่างเดียวชิ้นเดียวคนเดียวบนโลกต้องใช้ The นำหน้าแล้วแหละ ตัวอย่างคำศัพท์เช่น

The sun แปลว่า ดวงอาทิตย์
The moon แปลว่า ดวงจันทร์
The earth แปลว่า โลก
The sky แปลว่า ท้องฟ้า
The ใช้นำหน้าเครื่องดนตรีได้ด้วย ถ้าสมมุติว่าเราจะพูดถึงเครื่องดนตรีเราเล่นอะไรดีหรือใครเล่นเครื่องดนตรีอะไร จะต้องนำหน้าด้วย The เสมอนะ
เทคนิคการจำ The + Musical instruments เข้าใจเทคนิคแล้วลองมาดูตัวอย่างประโยคกันเลย

Tony can play the piano. แปลว่า โทนี่เล่นเปียโนได้
Sa is playing the guitar. แปลว่า สาเล่นกีต้าร์อยู่

The ใช้นำหน้านามสกุลหรือกลุ่มคนก็ได้
การใช้ The นำหน้ากลุ่มคนหรือนามสกุล จะะหมายถึงคนในตระกูล และเมื่อหมายถึงคนในตระกูล ก็จะกลายเป็นพหูพจน์โดยปริยาย แต่ที่สำคัญอย่าลืมเติม s นะ เทคนิคการจำ the + นามสกุลหรือกลุ่มคน ลองมาดูตัวอย่างประโยคสัก 1 ประโยคนะ

The Tonys live in that castle. แปลว่า ตระกูลโทนี่อาศัยอยู่ในคฤหาสน์หลังนั้น

นอกจากนี้ถ้าใช้ The นำหน้า Adjective เช่น รวย, จน, สวย, หล่อ, สูง, ต่ำ ก็จะหมายถึงกลุ่มคนที่มีลักษณะอย่างนั้นกลุ่มคนสวย กลุ่มคนรวย กลุ่มคนหล่อ กลุ่มคนจน เป็นต้น ก็จะกลายเป็นคำนามพหูพจน์เช่นกันแต่ไม่ต้องเติม s นะเพราะคำว่า รวย, จน, สวย, หล่อ คำพวกนี้ไม่ได้เป็นคำนามแต่เป็นคำคุณศัพท์นั่นเอง

เทคนิคการจำ The + Adjective ลองดูตัวอย่างประโยคนะ
The rich invest in the stock market. แปลว่า กลุ่มคนรวยชอบเล่นหุ้น
The beautiful often marry the rich. แปลว่า กลุ่มคนสวยก็มักจะแต่งงานกับกลุ่มคนรวย

อะไรที่ไม่ต้องใส่ article

ปกติแล้วกดการใส่ articles มีมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการใส่ a, an, the ในทางกลับกันก็มีคำนามบางกลุ่มที่มีกฎว่า ไม่ต้องใส่อะไรนำหน้ามัน มาดูตัวอย่างประโยค ที่ไม่ต้องใส่ article กันเถอะ

Snakes are disgusting animals. แปลว่า งูเป็นสัตว์ที่น่าขยะแขยง
Alcohol is bad for everyone. แปลว่า แอลกอฮอล์ไม่ดีต่อทุกคน
Call KFC for dinner. แปลว่า โทรสั่ง KFC เป็นอาหารมื้อเย็น
My family like Hotpot very much.แปลว่า ครอบครัวของฉันชอบร้าน Hotpot มาก
He comes from Thailand. แปลว่า เขามาจากประเทศไทย

***ข้อยกเว้นการใช้เกี่ยวกับประเทศ***
ยกเว้นประเทศที่เกิดจากประเทศเล็กๆ หรือหลายๆรัฐมารวมกัน อย่างนั้นตัองใช้ The เช่น

The United Kingdom แปลว่า ประเทศอังกฤษ
The United States แปลว่า ประเทศอเมริกา
I like playing volleyball. แปลว่า ฉันชอบเล่นวอลเลย์บอล
Football is men’s most favorite sport. แปลว่า ฟุตบอลเป็นกีฬาที่ผู้ชายชอบมากที่สุด
I don’t like Mathematics. แปลว่า ฉันไม่ชอบวิชาคณิตศาสตร์
She speaks Chinese very well. แปลว่า เธอพูดภาษาจีนได้ดีมาก
I have breakfast at 8 a.m. แปลว่า ฉันกินมื้อเช้าตอน 8 โมง
We’re going to the restaurant for dinner. แปลว่า พวกเรากำลังไปที่ร้านเพื่อรับประทานอาหารค่ำ
Winter is so long this year. แปลว่า ฤดูหนาวปีนี้ยาวนานมาก
It is very hot in summer in Thailand. แปลว่า ฤดูร้อนที่ประเทศไทยมันร้อนมากๆ
I didn’t sleep well last night. I had diarrhea. แปลว่า เมื่อคืนฉันนอนไม่ได้ฉันท้องเสีย

อยากเก่งภาษาอังกฤษ? คลิกอ่าน >> คำศัพท์ภาษาอังกฤษ พื้นฐาน 1,000 คำ
อยาก พื้นฐานภาษาอังกฤษ แน่น ต้องอ่าน >> แกรมม่า ไวยากรณ์ ภาษาอังกฤษ

 เก่งภาษาอังกฤษ แบบชิวๆ อ่าน >> คำคมภาษาอังกฤษความหมายดีๆ พร้อมคำแปล

วิดีโอ เรียนภาษาอังกฤษ ประจำวัน

ฝึกพูดภาษาอังกฤษใช้ได้จริง คำศัพท์ในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่ตื่นนอน จนถึงเข้านอน